
“ความยุติธรรมนี้คือ การปฏิบัติอะไรที่ถูกต้องตามธรรม คือยุติธรรม”
ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสต่อคณะผู้พิพากษาให้รักษาความยุติธรรมด้วยความเข้มแข็งเมื่อ วันที่ 3ก.พ.2549 ณ ท้องพระโรง ศาลาเริง วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
หากจะกล่าวถึงความยุติธรรม ตามพจนานุกรมทั่วไป หมายถึง ความเท่าเทียมและความเสมอภาค แต่ถ้าถามถึงความเข้าใจโดยทั่วไป คือ การรักษาไว้ซึ่งสิทธิของผู้อื่นโดยที่ความหมายของมันใช้ตรงกันข้ามกับการกดขี่ข่มเหง และการละเมิดในสิทธิของผู้อื่น ความยุติธรรมเป็นตัวกำหนดทิศทางของสังคม ความยุติธรรมของแต่ละสังคมไม่เหมือนกัน ความยุติธรรมเป็นแม่แบบของแนวทางต่างๆ เป็นเกณฑ์ในการตัดสิน ซึ่งมีกฎหมายเป็นเครื่องมือในการทำหน้าที่
ความยุติธรรมมีจริงหรือไม่? ความยุติธรรมนั้นเมื่อเราแยกหมวดหมู่ของคำ จะรู้ว่า คำว่า ความยุติธรรมนั้นเป็นนามธรรม คือไม่มีตัวตน จับต้องไม่ได้ ความยุติธรรมมีจริง เพราะเป็นเครื่องมือของมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเงื่อนไขไปสู่ข้อยุติของปัญหานั้น ความยุติธรรมสัมผัสได้ แต่สัมผัสได้ด้วยใจ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน เพราะว่าจิตใจของคนเราไม่เหมือนกัน
ความยุติธรรมไม่สามารถ หาคำนิยาม มาเปรียบได้ สำหรับ อัญนั่น รู้สึกได้ว่า ความยุติธรรม มีอยู่จริง แต่เป็น คำสากล ที่ไม่สามารถนิยามความหมายลงไปได้ตายตัว ไม่สามารถชี้ให้เห็นเด่นชัด ว่า ความยุติธรรม คือ อะไร ความยุติธรรมเป็นเพียงความพึงพอใจ ส่วนบุคคล ว่าจะรู้สึกอย่างไร กับเหตุการณ์เช่นไร หากบุคลคลหนึ่ง ได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มตัว ก็จะรู้สึกถึงความยุติธรรม หาก อีกฝ่ายไม่ได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่ ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกน้อยใจ เกิดความรู้สึกที่ไม่ได้รับความยุติธรรม
กรณีคุณทักษิณ และคุณสนธิ ปัญหาเหล่านี้ เกิดขึ้น อยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน ทุกวัน ทุกวินาที ถือได้ว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างมาก ซึ่งถือว่าเป็นอีกเรื่องที่สำคัญที่จะต้องศึกษา และปลูกฝัง จิตสำนึก ให้รู้จักรักความยุติธรรม
แต่เราจะสร้าง หรือ เรียกหาความ ยุติธรรม จากตรงไหน ส่วนไหน ของโลกใบนี้ ?คำถาม ที่ยากจะหาคำตอบ…
ทั้งนี้เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ที่อยู่เป็นสังคม การที่อยู่ร่วมกันก็ย่อมมีการประพฤติปฏิบัติต่อกันและกัน รวมทั้งมนุษย์แต่ละคนย่อมมีแนวปฏิบัติของตนเองว่า จะกระทำอะไร อย่างไร ด้วยเหตุผลอะไร โดยธรรมชาติมนุษย์มีแนวโน้มที่จะใฝ่หาความสุข ความสบาย หลีกหนีความทุกข์ยาก ความลำบาก และโดยธรรมชาติมนุษย์อาจจะปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเลวร้ายหรือ อย่างเอารัดเอาเปรียบ หากว่าตนเองจะได้รับประโยชน์หรือความสุขความสบายเป็นเครื่องตอบแทน ถ้าทุกคนปฏิบัติเช่นนั้นสังคมก็จะยุ่งเหยิงวุ่นวายที่สุดแล้วก็คงไม่มีใครที่จะอยู่ได้อย่างสงบสุข
พื้นฐานของมนุษย์ทุกคน ไม่มีใครชอบการโดนเอารัดเอาเปรียบ ความยุติธรรมจึงเป็นพื้นฐานที่มนุษย์ต้องการ ในเมื่อเป็นสิ่งที่เราต้องการได้รับจากผู้อื่น นั่นก็หมายความว่า เป็นสิ่งที่ผู้อื่นก็ต้องการได้รับจากเราเช่นกัน
บางทีการที่เราเรียกร้องหาความยุติธรรม เพียงเพราะ เราไม่รู้จักพอ ในสิ่งที่มี และกล่าวได้เพียงว่า "ไม่มีความยุติธรรม”
แต่ถ้าจะให้ อธิบาย ถึงความหมาย ของคำว่า ยุติธรรม คงยากที่จะนิยาม ชี้ชัดให้เห็น เพราะฉะนั้น จะขอยก กรณีตัวอย่าง ให้เห็น ดังนี้
คุณแม่คนหนึ่งแบ่งเค้กให้ลูกแฝดทั้งสองคน
คุณแม่แบ่งให้ลูกคนที่โตกว่าไม่กี่ชั่วโมง น้อยกว่า อีกคน
คนโตบอกคุณแม่ไม่ยุติธรรม ถึงผมจะแก่กว่าไม่กี่ชั่วโมงก็ไม่ใช่ว่าผมจะได้เค้กน้อยกว่า
แล้วคุณคิดว่าความยุติธรรมคืออะไร การแบ่งครึ่งๆ อย่างเท่ากัน หรือเปล่า…
ขณะที่พี่คนโตกว่า บอกว่าไม่ยุติธรรม ส่วนคนน้องว่ามันยุติธรรมดีแล้ว
หรือความยุติธรรมก็คือเรื่องของผลประโยชน์
โดยความคิดเห็นส่วนตัว อัญ คิดว่า ความยุติธรรมไม่ได้หมายถึง ความเท่าเทียมระหว่างมนุษย์ทั้งหมด หรือสรรพสิ่งทั้งหมด เช่น
*ครูที่มีความยุติธรรมไม่ใช่ครูที่ชมเชยหรือต่อว่าลูกศิษย์ทั้งหมดเหมือนกัน โดยไม่แยกแยะระหว่างลูกศิษย์ที่สนใจต่อการเรียนกับลูกศิษย์ที่เกียจคร้าน หรือผู้พิพากษาที่ยุติธรรมไม่ใช่ผู้พิพากษาที่ทำการแบ่งทรัพย์สินให้เท่ากันระหว่างผู้ที่ขัดแย้งกันในเรื่องของทรัพย์สิน แต่ครูที่ยุติธรรมคือ ครูที่ชมเชยหรือต่อว่าลูกศิษย์หรือได้ต่อว่าตามสิ่งที่พวกเขาได้กระทำ และเช่นกันผู้พิพากษาที่ยุติธรรมก็คือผู้พิพากษาที่คืนทรัพย์สินที่ขัดแย้งกันให้แก่เจ้าของที่แท้จริง*
ดังนั้น จึงพอ จะสรุปได้ว่า ความยุติธรรม จะต้องเกิดจาก ความรู้สึกส่วนบุคคล ที่มีผลต่อเหตุการณ์ใด เหตุการณ์หนึ่งในขณะนั้น อาจกล่าวได้ว่า ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ เราได้รับผลประโยชน์ อย่างเต็มที่ หากมีอีกฝ่ายมาขัดผลประโยชน์ในส่วนที่เราควรจะได้รับ เราก็จะอ้างว่า เราไม่ได้ รับความยุติธรรม
สุดท้าย คงเป็นหลักคิดและแนวทางในการปฏิบัติตัวของชาวไทยทุกคน ทุกฝ่าย ไม่ว่า คุณจะอยู่เสื้อสีไหน เพียงแค่คุณได้ลองฟัง พระราชดำรัส ของ ในหลวง ถึง เรื่อง ความซื่อสัตย์ รักษาความยุติธรรม เมื่อ วันที่ วันที่ 3 ก.พ.2549
เราทุกคนก็จะได้รู้ว่า พระองค์ท่านทรงห่วงใยประชาชนซึ่งเป็นลูก ๆของพระองค์ท่านซึ่งสังคมจะสงบสุข และคนไทยทั้งประเทศจะมีความเป็นอยู่ที่ดีได้ ก็ขึ้นอยู่กับความยุติธรรมของคนชั้นปกครอง หรือผู้มีตำแหน่ง หน้าที่ ซึ่งเป็นเสาหลักในการบริหารประเทศเป็นสำคัญ
คงไม่มีอะไร นอกจากจะขอกล่าวว่า เราชาวสาขา ศาสนาและปรัชญาปี สี่ จะขอน้อมนำ พระราชดำรัส ของในหลวง มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติในการดำเนินชีวิตให้ดีขึ้น ทั้งปัจจุบัน และอนาคต
------------------------------------------------------------
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ผู้พิพากษา
ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ณ ท้องพระโรง ศาลาเริง วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์วันศุกร์ที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๙
ความเข้มแข็งสำคัญมาก เพราะบ้านเมืองโดยเฉพาะเวลานี้ อยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่าง่อนแง่น เพราะว่าไม่เข้มแข็ง ถ้าคนในชาติเข้มแข็ง ก็ไม่มีปัญหา เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีประวัติมานาน และได้ปฏิบัติงานมาด้วยดี ด้วยความเรียบร้อยมาเป็นเวลาช้านาน เพราะว่าท่านปฏิญาณตนว่า จะรักษาความเข้มแข็งนี้ต่อไป ก็เชื่อได้ว่าประเทศจะรุ่งเรืองต่อไป
การที่ได้บอกว่าจะรักษาความดีอย่างที่ว่านี้ เป็นประกันว่า ประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุขที่มีผู้พิพากษา เพราะว่าจะต้องให้คดีต่างๆ ผ่านพ้นไปด้วยดี ในมวลชนก็จะต้องมีการปรองดอง ถ้าทุกคนตั้งอกตั้งใจ ที่จะพยายามรักษาความปรองดอง เชื่อว่าส่วนรวมจะอยู่ได้ ส่วนสำคัญของการปรองดอง และความเป็นอยู่ที่ดี ก็อยู่ที่ความยุติธรรม ความยุติธรรมนี้คือ การปฏิบัติอะไรที่ถูกต้องตามธรรม คือยุติธรรม ถ้าฟังดูก็ยุติในธรรม ยุติในความดีความชอบ ท่านก็รักษาความยุติธรรม ท่านต้องรักษาความดีความชอบ ผู้พิพากษาจะต้องรักษาความยุติธรรมด้วยความดี ความถูกต้อง ถ้าท่านรักษาความยุติธรรม ตามที่ได้ปฏิญาณตน เชื่อว่าความสุขความสงบก็จะเกิดขึ้น ถ้าผู้พิพากษาไม่รักษาความยุติธรรมเมื่อใด ประเทศชาติคงวุ่นวาย
ผู้พิพากษามีหน้าที่ที่จะรักษาความดี ความปรองดองกัน ถ้าใครมายุยงบอกว่าต้องเถียงกัน ต้องเข้าข้างกัน ก็ต้องเข้มแข็ง ต้องเข้มแข็งในงานยุติธรรม หมายความไม่เข้าข้าง ผู้พิพากษาจะต้องตัดสินในความดี หรือถ้าดีแล้วก็ตัดสินไป ท่านก็รู้ดี และได้ฝึกเพื่อรักษาความยุติธรรมนี้
ฉะนั้น ขอฝากความยุติธรรม ความเจริญของประเทศอยู่กับท่านทั้งหลาย เป็นงานที่ไม่ใช่ง่าย เพราะว่ามีอะไรต่ออะไรมาล่อ บางทีการล่อด้วยมิตร มีการล่อด้วยการยั่วยุ การล่อด้วยจะให้รางวัล รางวัลของท่านคือ ความยุติธรรม รู้ดีว่าหน้าที่ของประธานศาลนั้น ไม่ได้เป็นหน้าที่ที่จะมีเงินทอง นอกจากหน้าที่รักษาความยุติธรรม ความดี ความสื่อสัตย์ สุจริต ถ้าท่านทำได้ดีแล้ว ทุกสิ่งที่ท่านปฏิญาณก็เป็นผลดี เป็นผลทำให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข
หวังว่า ผู้ที่ได้อ่าน บทความชิ้นนี้ คงสามารถ นำกลับไปคิด หรือประยุกต์ใช้ได้ ไม่มากก็น้อย ประเทศเรา จะไม่สิ้นคนดี หากเรา ยึดมั่นตามพระราชดำรัส ของ พ่อหลวงของเรา
อัญ...ซ่า
ตอบลบมาคราวนี้ ดูจะอ่อนแอในเรื่องการชักนำความคิดไปนิดนึง
แต่ไงก็ตาม ความตั้งใจของอัญยังคงเหมือนเดิม
การไล่เรียงเหตุและผล จนสอดคล้องกัน และนำไปสู่ข้อสรุปที่เราต้องการนำเสนอ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการชักนำความคิดให้กับสังคม
อัญ มาถูกทางแล้ว แต่ฝึกฝน พัฒนาในเรื่องเหล่านี้อีกซักนิด รับรองได้...ไปโลด
...เป็นแรงใจ อีกครั้งครา..
อาจารย์แรก
ชอบในความตั้งใจและความพยายามของอัญ
ตอบลบเป็นกำลังใจ สู้ ๆ
รักในหลวง
ตอบลบอยากให้บ้านเมืองสงบสุข
T^T
เทิดทูนพระเจ้าแผ่นดิน
ตอบลบรักในหลวง
ตอบลบรักพ่อ อย่าทะเลาะกันเลย..
รักในหลวง ห่วงลูกหลาน
ตอบลบร่วมกันต้านยาเสพติด
เกี่ยวกันป่าววะ
--ความยุตธรรมไม่มีตัวบทกฎเกณฑ์ที่ตายตัว
เพราะงั้นมันคงขึ้นอยู่กะความพึงพอใจของแต่ละบุคคล
เด็กปรัชญาทุกคนต้องเข้าใจว่าการปฎิบัติที่ถูกต้องตามธรรมจะต้องปฎิบัติตัวหรือมีพฤติกรรมเช่นใด จึงจะเรียกได้ว่าเรามีความยุติธรรม ตามพระราชดำรัสพ่อหลวงที่ว่า
ตอบลบ'ความยุติธรรมนี้คือ การปฏิบัติอะไรที่ถูกต้องตามธรรม'
อยากให้ประเทศเรา
ตอบลบทำได้เหมือนในหลวงตรัสจัง
"เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม" ที่ในหลวงทรงกล่าวใช่มั๊ย..
ตอบลบอยากให้คนไทยคิดแบบนี้จัง
ความยุติธรรมไม่ใช่ความพอใจนินา
ใช่ป่าวสาวอัญ?
^^
ถ้าทุกคนทำได้ตามในหลวงตรัส
ตอบลบประเทศไทยต้องมีความสุขสงบและมีความเจริญกว่านี้แน่